|
ในประเทศไทยถ้าคุณต้องโทษคดียาเสพติด
คุณจะได้โทษระหว่างรอลงอาณา 1 เดือนถึง 10 ปีในคุก ถ้าคุณต่อสูคดี้ว่าไม่ผิดแล้วพบว่าคุณทำผิดทีหลังคุณจะได้รับโทษ
10 ถึงจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต กฎหมายการครอบครองยาเสพติดที่ผิดกฎหมายอยู่ภายใต้พรบ.ยาเสพติดให้โทษปีพ.ศ.2522
- การผลิตยาเสพติด(เฮโรอีน เมตาเฟตามีน หรือ แอลเอสดี) มีโทษประหารชีวิต
- การครอบครองจำหน่ายจ่ายแจง เฮโรอีน เมตาเฟตามีน หรือแอลเอสดี มีโทษจำคุก 4 ปี จนถึง ประหารชีวิต
- การครอบครองกัญชามีโทษจำคุกสูงสุด 5ปี
- เฮโรอีน
- ครอบครองไม่เกิน 3 กรัม มีโทษจำคุก 4 ถึง 15 ปี
- ครอบครอง 3 ถึง 20 กรัม มีโทษจำคุก 4 ปี ถึงตลอดชีวิต
- ครอบครองตั้งแต่ 20 กรัมขึ้นไป มีโทษจำคุกตลอดชีวิต ถึงประหารชีวิต
- กัญชา
- ครอบครองไม่เกิน 5 กิโลกรัม มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี
- ครอบครอง 5 กิโลกรัม ถึง 20 กิโลกรัม มีโทษจำคุก 2 ถึง 10 ปี
- ครอบครองตั้งแต่ 10 กิโลกรัมขึ้นไป มีโทษจำคุก 2 ถึง 15 ปี
- ยาบ้า
- ครอบครองไม่เกิน 1.5 กรัม มีโทษจำคุก 4 ถึง 15 ปี
- ครอบครอง 1.5 ถึง 20 กรัม มีโทษจำคุก 4 ปี ถึงตลอดชีวิต
- ครอบครองตั้งแต่ 20 กรัมขึ้นไป มีโทษจำคุกตลอดชีวิต ถึงประหารชีวิต
สำหรับการใช้สารต่อไปนี้
- เฮโรอีน ไดอะเซททิลมอร์ฟีน สามารถใช้เป็นยาบรรเทาปวดได้ตามกฏหมาย
- โคเคน เกลือของไฮโดรคลอไรด์ สามารถใช้เป็นยาชาได้ตามกฏหมาย
- โคเคนที่อยู่ในรูปของแข็งหรือที่สามารถสูบได้ถือเป็นโคเคนบริสุทธิ์
- ยาไอซ์ เมตาเฟตามีน สารกระตุ้นที่มีส่วนประกอบของเมตาเฟตามีน ใช้เป็นยากระตุ้นให้เกิดพลังอารมณ์ทางเพศ สร้างสมาธิ ลดน้ำหนัก เป็นยาที่มีผลกับทั้งร่างกายและจิตใจ
- ยาบ้า กระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวและลดความอยากอาหาร
- ยาผิดกฏหมายที่ขายในตลาดมืดจะมีส่วนผสมของยาที่ไปกระตุ้นการทำงานของสมองอย่างน้อย 1 ตัว
- กัญชา ผลิตจากใบและดอกของต้นกัญชา
คดีความของคุณจะร้ายแรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นเพียงผู้ครอบครอง ผู้ขายหรือผู้ผลิต ยาชนิดใดข้างต้น
การปราบปรามยาเสพติดและ การบังคับใช้กฎหมาย
การค้ายาเสพ ติดในประเทศไทยมีโทษประหารชีวิต
ในประเทศไทยการครอบครองยาเสพติดประเภท หนึ่งเพื่อจำหน่ายมีโทษประหาร พระราชบัญญัติ ระบุว่า เจ้าหน้าที่มีสิทธิที่จะตั้งคำถาม ยับยั้ง การค้นหาสถานที่ คน และยึดยาเสพติดหรือทรัพย์สินใด ๆ ที่ใช้ในการ กระทำความ ผิด เมื่อสงสัยว่ามีการซื้อขายยาเสพติดซึ่งเจ้าหน้าที่ จะ ต้องกระทำด้วยความสุจริต ให้เหตุผลกับผู้ต้องสงสัยและทำบันทึกเหตุการณ์
ยาบ้า
วันที 19 พฤษภาคม 2008 ประเทศไทยเรียกยาเม็ดเมตาเฟตามีนว่า “ยาบ้า” ในเอเชียตะวันออกช่วงสงครามโลกครั้งที่2 ยาตัวนี้ใช้กันมากในหมู่ทหารและกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นในเอเชีย ยาบ้ามีเมตาเฟตามีนซึงเป็นสารผิดกฎหมายเป็นส่วนผสมหลัก มีแหล่งผลิตใน ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า
ยาบ้าประกอบด้วยคาเฟอีนและเมตาเฟตามีน 30 เปอร์เซ็นต์ มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ยาบ้าจะอยู่ในรูปของยาเม็ดใช้เสพโดยการบดหรือสูบ ผู้ที่ได้รับยาตัวนี้จะทำให้ตื่นตัว ลดความอยากอาหาร และมีประสาทสัมผัสทั่วไปดีขึ้น แต่มีผลเสียทำให้มีปัญหานอนไม่หลับและหดหู่
ผู้ใช้ที่เสพยาตัวนี้เป็นเวลานานจะทำให้ต้องเสพในบริมาณมากขึ้น การรับยามากเกินไปจะทำให้ระบบทางเดินหายใจและหัวใจล้มเหลว นอกจากนี้ยาตัวนี้ยังทำให้มีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง
ยาบ้าถูกใช้ในหมู่ผู้ใช้แรงงานมา 10 กว่าปีแล้ว เช่น พนักงานขับรถบรรทุก โดยเริ่มในประเทศไทยแล้วแพร่เข้าสู่ประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม ซึ่งมีการประมาณการว่ามีผู้ใช้ยาบ้าร่วมล้านคน ในปี2007มีการขนยาบ้าประมาณ 1,200,000 เม็ด เข้าสู่บังคลาเทศ
ซึ่งจัดว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่
การแพร่กระจายของยาบ้าในประเทศกำลังพัฒนา นายเจอรามี่ ดักลาส ผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานอาชยากรรมและยาเสพติดสหประชาชาติ ได้อธิบายว่า ยาบ้ามีต้นทุนในการผลิตและการซื้อที่ราคาไม่แพง มีการขยายตลาดอย่างรวดเร็วเพราะมีราคาถูกและมีการเสพมาก ในประเทศกัมพูชายาบ้า เม็ดละ ราคา 1 ยูเอสดอลลาร์ แต่ในประเทศไทยราคาเม็ดละ 5 ยูเอสดอลลาร์ ยาบ้ามีขั้นตอนการผลิตที่ง่ายมากคุณสามารพผลิตที่ไหนก็ได้ ถ้าคุณมีวัตถุดิบครบใน 1 ชั่วโมงคุณสามารถผลิตยาบ้าได้ถึง 10,000 เม็ด
ภูมิภาคที่แตกต่างกัน ในอัฟกานิสถาน พืชที่เป็นยาเสพติด เช่น ฝิ่น ยาเสพติดสังเคาระห็เช่น ยาบ้า สามารถผลิตจากที่ไหนก็ได้ในโลกที่มีจุดอ่อนในการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบการใช้สารเคมี ยาบ้าเป็นยาที่ง่ายต่อการพกพาและการผลิตทำให้ยากที่จะตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ นายเจอรามี่ ดักลาสกล่าวอีกว่า ในขณะข้อมูลเกี่ยวกับยาบ้าค่อนข้างเปราะบาง ในบางส่วนของโลกเรารู้แค่ว่ามียาบ้าแต่ไม่รู้ขอบเขตที่แน่นอน
สำนักงานอาชญากรรมและยาเสพติดสหประชาชาติ จึงได้จัดตั้งโครงการ the Global Synthetics Monitoring ซึ่งจะวิเคราะห์ รายงาน และ วิเคราะห์แนวโน้ม (SMART)
มีการกำหนดจุดเสี่ยงทั่วโลก SMART ทีมจะเข้าไปประเมินข้อมูลเพื่อนำไปสร้างแนวทางป้องกันและกฎหมาย
กัญชา
กัญชา คือ บุหรี่ที่อาจมีสีเขียวหรือสีน้ำตาลอ่อน ประกอบด้วย ดอก แห้งและใบของกัญชา
กัญชาแท่งมีสีดำแห้งหรือน้ำตาลสกัดจากดอกกัญชาซึ่งทำเป็นผงหรืออัดเป็นแท่ง กัญชาในรูปน้ำมันคือกัญชาแท่งที่อยู่ในรูปของเหลว
กัญชาถูกปลูกในที่ทุรกันดานเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกจับกุม
การเสพกัญชา
ใบแห้งดอกแห้งใช้วิธีสูบ กัญชาแท่งและกัญชาในรูปน้ำใช้วิธีรับประทานหรือชงกับชา
ผลของฤทธิ์ยา
ทำให้ผู้เสพรู้สึกผ่อนคลายและมีระบบประสาทสัมผัสที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นสายตา กลิ่น รส และ การ ได้ยินทำให้ผู้เสพรู้สึกคึกครื้น
ผลเสียของการใช้กัญชา
ผลข้างเคียงเล็กน้อยจะทำให้ผู้เสพอยากอาหารชีพจรเต้นเร็วขึ้น สามารถในการควบคุมสติและร่างกายลดลง หากเสพมากอาจมีผลกับระบบประสาท เชื่องช้า และสับสนทางความคิด เกิดความกังวล หวาดกลัว และอาจถึงขั้นวิกลจริต การสูบกัญชาจะได้รับสารทาร์มากกว่าการสูบบุหรี่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์จึงมีความเลี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดและโรคระบบทางเดินหายใจมาก นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเป็นโรค เอดส์เพราะขาดสติทำให้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน อาจเป็นโรคตับอักเสบและโรคติดเชื้ออื่นๆ
แหล่งข้อมูล: Real life Thailand
เราสนับสนุนและได้รับการสนับสนุนจากสถานทูต ต่อไปนี้
สถานทูตอังกฤษ, สถานทูตออสเตลีย, สถานทูตอเมริกา, สถานทูตสวีเดนและ สถานทูตเยอรมัน
|